บันทึกแห่งสยาม

บันทึกแห่งสยาม
ความรัก ความศรัทธาของลูกหลานแผ่นดินไทย

ขอต้อนรับเข้าสู่เรือนไทยหลังนี้ ร่วมระลึกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย และภูมิใจในความเป็นคนไทยด้วยกัน

แผ่นเอ๋ยแผ่นดิน ในแถบถิ่นนี้ไซร้กว้างหนักหนา



แลดูไกลสุดลูกหูลูกตา ล้วนไร่นาเขียวขจีพงพีไพร



เหมือนมารดาเลี้ยงดูบุตรให้สุขศรี แผ่นดินนี้นี่แหละข้าอาศัย



ข้าตั้งจิตสนองเขตประเทศไทย รักษาให้ยั่งยืนคู่ฟ้าเอย



(พระราชนิพนธ์กลอนดอกสร้าย "แผ่นดิน" ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.๒๕๑๓ เมื่อพระชนมายุ ๑๕ พรรษา)



แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมัยสุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมัยสุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รายได้-รายจ่ายสมัยสุโขทัย

สันนิษฐานว่าในสมัยสูโขทัย รายได้ของรัฐส่วนใหญ่คงจะเป็นแรงงานเกณฑ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เสริมด้วยภาษีอากรที่เก็บจากผลผลิตทางการเกษตร การค้าผลผลิตที่เหลือใช้และบรรณาการจากเมืองขึ้น
ส่วนรายจ่ายนั้น ส่วนใหญ่อยู่ที่การพระศาสนา เสริมด้วยรายจ่ายด้านการปกครองดูแลอาณาจักร ตามลักษณะของสังคมจารีตที่อยู่ภายใต้เศรษฐกิจแบบพอยังชีพ

วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การทำเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัย

การทำเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัย เป็นกิจกรรมเสริมทางเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายหลักในการผลิตเพื่อสนองความต้องการของตลาดภายใน และแว่นแคว้นใกล้เคียง รวมทั้งเคยส่งเป็นสินค้าออกอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

จุดมุ่งหมายหลักในการผลิตเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย คือ เพื่อสนองความต้องการของตลาดภายในและแว่นแคว้นใกล้เคียง และเริ่มมีการส่งออกเครื่องสังคโลกในช่วงปลายสมัยสุโขทัย โดยอยุธยาน่าจะมีส่วนได้ส่วนเสียในการส่งเสริมการค้าเครื่องสังคโลกอยู่มาก ต่อมาเมื่อสุโขทัยถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาใน พ.ศ.1981 แล้ว เครื่องสังคโลกก็ยังคงเป็นสินค้าออกอยู่อีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง

การค้าในสมัยสุโขทัย

ในสมัยสุโขทัย การค้าเป็นกิจกรรมเสริมทางเศรษฐกิจจากพื้นฐานหลักซึ่งอยู่ที่การเกษตร ประกอบด้วยการค้าภายใน การค้ากับแว่นแคว้นใกล้เคียง และการค้ากับต่างประเทศ สภาพทำเลที่ตั้งที่อยู่ห่างจากทะเลมาก ทำให้สุโขทัยต้องพึ่งเมืองท่าของอาณาจักรอื่น ทางด้านตะวันตกและด้านใต้ในการส่งสินค้าออกสู่ตลาดภายนอก สุโขทัยจึงไม่ได้รับความมั่งคั่งจากการค้ากับต่างประเทศมากนัก

การเกษตรในสมัยสุโขทัย

การเกษตรในสมัยสุโขทัยเป็นการเกษตรแบบพอยังชีพ มีการเพาะปลูกเป็นพื้นฐานหลัก เสริมด้วยการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งต้องอาศัยการจัดและการบำรุงรักษาระบบชลประทาน การผลิตจึงจะได้ผลดี ผลผลิตที่ได้จึงแปรผันไปตามประสิทธิภาพการจัดการด้านชลประทาน

การเกษตรในสมัยสุโขทัยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการบริโภคเลี้ยงตนเองภายในอาณาจักร ใช้เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิม มีการเพาะปลูกเป็นพื้นฐานหลัก เสริมด้วยการเลี้ยงสัตว์ ผลผลิตต้องอาศัยระบบชลประทานการเกษตรที่ได้จึงไม่คงที่