บันทึกแห่งสยาม

บันทึกแห่งสยาม
ความรัก ความศรัทธาของลูกหลานแผ่นดินไทย

ขอต้อนรับเข้าสู่เรือนไทยหลังนี้ ร่วมระลึกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย และภูมิใจในความเป็นคนไทยด้วยกัน

แผ่นเอ๋ยแผ่นดิน ในแถบถิ่นนี้ไซร้กว้างหนักหนา



แลดูไกลสุดลูกหูลูกตา ล้วนไร่นาเขียวขจีพงพีไพร



เหมือนมารดาเลี้ยงดูบุตรให้สุขศรี แผ่นดินนี้นี่แหละข้าอาศัย



ข้าตั้งจิตสนองเขตประเทศไทย รักษาให้ยั่งยืนคู่ฟ้าเอย



(พระราชนิพนธ์กลอนดอกสร้าย "แผ่นดิน" ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.๒๕๑๓ เมื่อพระชนมายุ ๑๕ พรรษา)



แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การดำเนินงานของธุรกิจเงินทุนและธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์

การดำเนินงานของธุรกิจเงินทุนและรกิจเงินทุนหลักทรัพย์จะต้องอยู่ในรูปของ"บริษัทมหาชน จำกัด" กฎหมายกำหนดให้ต้องมีบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งบริษัท โดยเข้าชื่อกันจัดทำหนังสือ"บริคณห์สนธิ" โดยมีผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (ถ้ามี) จำนวนตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป บุคคลหนึ่ง ๆ จะถือหุ้นได้ "ไม่เกินร้อยละ 0.6 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย" ได้แล้วทั้งหมด โดยถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า "ร้อยละ 50 ของจำนวนที่จำหน่าย" ได้ทั้งหมด ส่วนผู้ถือหุ้นที่เหลือ(ถ้ามี) รายหนึ่ง ๆ จะถือได้ไม่เกิน "ร้อยละ 10ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย" ได้ทั้งหมดของบริษัทนั้น การจัดตั้งบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับทางด้านเงินทุนนั้น บริษัทเงินทุนจะต้องมีทุนจดทะเบียนและทุนซึ่งชำระแล้วตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท และ การลดทุนหรือเพิ่มทุนของบริษัทเงินทุนต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ทางด้านการดำเนินงานของบริษัทเงินทุนจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อไขของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ดังนี้

1.การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง บริษัทเงินทุนต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นอัตราส่วนกับเงินที่ได้จากการกู้ยืม หรือ ได้รับจากประชาชนตามอัตราส่วนกับเงินที่ได้จากการกู้ยืม หรือ ได้รับจากประชาชนตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 แต่ทั้งนี้ต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ต่ำหว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินที่บริษัทเงินทุนมีหน้าที่ต้องชำระคืน และหลักทรัพย์รัฐบาลไทยซึ่งปราศจากภาระผูกพัน อันได้แก่ ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตร รวมกับหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ยที่ปราศจากภาระผูกพันรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของยอดเงินต้นที่บริษัทเงินทุนมีหน้าที่จะต้องชำระคืนดังกล่าว การกำหนดให้มีการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องก็เพื่อให้บริษัทเงินทุนมีความคล่องตัวในการประกอบกิจการ

2.การดำรงเงินกองทุน บริษัทเงินทุนต้องดำรงเงินกองทุน เมื่อสิ้นวันทำการหนึ่ง ๆ ดังนี้
1.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยง
2.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงินที่รับรองและ/หรือรับอาวัลตั๋วเงิน
3.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับยอดเงินกู้ยืมหรือรับจากประชาชนทั้งหมด หรือยอดเงินกู้ยืมแต่ละประเภท

ทั้งนี้อัตราส่วนดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งในพ.ศ.2534 ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้บริษัทดำรงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ไม่ต่ำกว่ารอ้ยละ 6 ของสินทรัพย์เสี่ยงและไม่ต่ำหว่าร้อยละ 25 ของจำนวนเงินที่รับรองและ/หรือาวัลตั๋วเงิน

3.การให้กู้ยืมและ/หรือการลงทุน ในพ.ศ.2534 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้บริษัทเงินทุนจะให้กู้ยืมและ/หรือลงทุนในกิจการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งรวมกันเกินกว่าร้อยละ 60 ของเงินกองทุนของบริษัทไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุมัติให้ขยายกิจการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 100 ของเงินกองทุน แต่ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาสิทธิในการขยายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ให้กับบริษัทเงินทุน หรือ บริษัทหลักทรัพย์เป็นราย ๆ ไป

อนึ่ง ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2526 ได้เพิ่มอำนาจการควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่บริษัทเงินทุนมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนไว้ในมาตรา 26 ทวิ

1)บริษัทเงินทุนที่ขาดทุนและทำให้เงินกองทุนลดลงเหลือ 3 ใน 4 ของทุนที่ชำระแล้ว ห้ามบริษัทเงินทุนนั้นให้กุ้ยืมเงินหรือรับเงินจากประชาชนต่อไป ในการให้ความเห็นชอบดังกล่าว จะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการกู้ยืม หรือ การลงทุน หรือ กำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

2)บริษัทเงินทุนที่ขาดทุนและเงินกองทุนลดเหลือไม่เกินครึ่งหนึ่งของทุนที่ชำระแล้ว ต้องระงับดำเนินกิจการ และให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบภายใน 14 วัน หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เห็นชอบ บริษัทเงินทุนสามารถอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันรับแจ้งผลการวินิจฉัยโครงการ

นอกจากนี้บริษัทเงินทุนจะต้องดำเนินการในการให้สินเชื่อตามมาตรการควบคุมสินเชื่อเฉพาะอย่างของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะกำหนดอัตราการให้กู้ยืมแก่กิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือกำหนดวงเงินสูงสุดที่บริษัทเงินทุนจะให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์

บริษัทที่ประกอบธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1.บริษัทเงินทุน หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนอันได้แก่ กิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ กิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนา กิจการเงินทุนเพื่อการจำหน่ายและบริโภค และ กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ

2.บริษัทหลักทรัพย์ หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประกอบกิจการด้านการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ทำการค้าหลักทรัพย์ ให้คำปรึกษาในการลงทุนกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และ กิจการจัดการลงทุน เป็นต้น

3.บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เงินทุน และ หลักทรัพย์ ควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่ม "ใหญ่ที่สุด" ของกลุ่มบริษัทเหล่านี้

บริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์กล่าวคือ ทำหน้าที่ระดมเงินจากประชาชนด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และ นำเงินนั้นไปหาผลประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด การดำเนินงานของบริษัทเงินทุนแบ่งออกเป็น

1.การให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจรายใหญ่..เป็นบริการคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์แต่ไม่สามารถให้บริการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ และ บัญชีกระแสรายวันที่ใช้เช็คสั่งจ่ายในการรับฝากเงิน บริษัทเงินทุนจะไม่ออกสมุดรับฝากเงินเพื่อเป็นหลักฐานการฝากเงิน แต่จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ให้กู้ยืม(ผู้ฝาก) โดยจะกำหนดเวลาชำระคืนเอาไว้ เช่น เมื่อทวงถาม 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ปี การระดมเงินออมของบริษัทเงินทุนจะเสียเปรียบธนาคารพาณิชย์เพราะมีการกำหนดวงเงินขึ้นต่ำที่จะกู้ยืมจำนวนสาขามีน้อยหรือไม่มีเลย แต่การให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์สามารถทดแทนความเสียเปรียบข้างต้นได้ สำหรับการใช้สินเชื่อแก่ธุรกิจรายใหญ่มีการให้กู้ทั้งประเภทระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี หรือ ระยะยาวเกิน 1 ปี

2.การให้กู้ยืมแก่ธุรกิจการค้าทั่วไป เป็นการให้บริการทางการเงินเหมือนธนาคารพาณิชย์ คือ เป็นการให้กู้ยืมแก่ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดเล็ก บริษัทการค้าธรรมดา ร้านค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น แพทย์ วิศวกร ซึ่งลักษณะการให้กู้จะเป็นการให้กู้ในวงเงินไม่สูงนัก และ เป็นการกู้ระยะสั้น

3.การให้กู้ยืมแก่ผู้บริโภค เป็นการให้บริการเงินกู้แก่บุคคลธรรมดา เพื่อการศึกษา เดินทาง หรือการซ่อมแซมบ้านเรือน การให้เงินกู้เพื่อผ่อนส่งสินค้าเมื่อตกลงจะให้เช่าซื้อ และการให้กู้ยืนแก่ผู้ดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายสินค้าโดยการให้เช่าซื้อเช่น รถยนต์ รถแทรกเตอร์ ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ระยะเวลาการกู้เงินเป็นระยะป่านกลางไม่เกิน 3 ทั้งนี้รวมถึงการให้กู้เพื่อซื้อบ้านและที่ดิน ซึ่งธนาคารพาณิชย์และเครดิตฟองซิเอร์เข้ามาบริการด้วย

บริษัทหลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์เป็นบริษัทรับอนุญาตที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับหลักทรัพย์รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กสต.) บริษัทหลักทรัพย์ให้บริการต่าง ๆ ดังนี้
1.การรับประกันการขายหุ้นหรือหุ้นกู้ออกใหม่(underwriting) โดยบริษัทหลักทรัพย์จะเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทที่ต้องการเงินเพิ่มทุนจำนวนมากและในเวลาจำกัด กับผู้ที่จะลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ บริษัทหลักทรัพย์จะทำหน้าที่วิเคราะห์ฐานะของบริษัท รวบรวมข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และเผยแพร่ให้ผุ้ลงทุนทราบ

บริษัทหลักทรัพย์จะประกันการขายหุ้น โดยอาจจะรับประกันการจำหน่าย ถ้าหากขายหุ้นได้ไม่หมดก็จะรับซื้อไว้เอง หรืออาจเป็นเพียงตัวกลางการขายหุ้นโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้นั้น ๆ เมื่อขายไม่หมด บริษัทหลักทรัพยืจะได้รับค่าธรรมเนียมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาหุ้น หรือ หุ้นกู้ที่นำออกขาย

2.การค้าหลักทรัพย์ คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์ซื้อและขายหุ้นเพื่อการลงทุนของบริษัทเอง ถือว่าเป็นการลงทุนโดยหวังผลประโยชน์จากเงินปันผลของหุ้นที่ได้ซื้อไว้

3.การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเป็นตัวแทนทำการแทนลูกค้าในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์(ไม่ได้ลงทุนเอง) บริษัทหลักทรัพย์จะคิดค่าบริการเท่ากับร้อยละ 0.5 ของราคาหุ้นที่ซื้อและขายแต่ละครั้ง พร้อมทั้งทำหน้าที่โอนหุ้นให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย

4.การจัดการลงทุน การประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม เดิมมีเพียงบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม ที่ได้รับอนุญาตทำธุรกิจประเภทนี้ ต่อมาทางการได้อนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) เพิ่มขึ้นในปี 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้ลงทุนประเภทสถาบันในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหลักทรัพย์

5.การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน คือ การให้คำแนะนำแก่ประชาชนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของธุรกิจและกิจการของธุรกิจโดยได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียม

บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ตั้งขึ้นครั้งแรกในรูปของบริษัทค้าหลักทรัพย์ก่อนเมื่อ พ.ศ.2496 โดยใช้ชื่อว่าบริษัท เบิร์ด จำกัด ในระยะแรกบริษัทนี้ได้ประกอบกิจการการสั่งสินค้าเข้าและการส่งออกเป็นหลักจนกระทั่ง พ.ศ.2506 จึงได้ดำเนินการธุรกิจนายหน้าค้าหุ้นหรือหลักทรัพย์อย่างจริงจัง และ ในพ.ศ.2503 กลุ่มเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศได้จัดตั้งสถาบันการเงินประเภท บริษัทจัดการลงทุน(Investement Management Company) ซึ่งดำเนินกิจการลักษณะ กองทุนรวม(Mutual Fund) โดยใช้ชื่อว่า กองทุนรวมไทย และ ในพ.ศ.2505 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยเอกชนร่วมกันจัดตั้งกิจการดำเนินงานในลักษณะสถานปริวรรตหุ้น (Stock Exchange)หรือที่เรียกว่าตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange) ในปีต่อ ๆ มามีบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ทำหน้าที่ในการระดมเงินออมจากประชาชนแล้วนำเงินออมไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้นก็ยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย อย่างไรก็ตามธุรกิจบางแห่งก็จัดตั้งเป็นบริษัทเงินทุนอย่างเดียวโดยทำหน้าที่ในการระดมเงินออมจากประชาชนและนำเงินไปลงทุน เพื่อการพัฒนากิจการ เพื่อการบริโภคและการเคหะ เป็นต้น และบางแห่งก็ตั้งเป็นบริษัทหลักทรัพย์อย่างเดียว เพื่อประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์