การดำเนินงานของธุรกิจเงินทุนและรกิจเงินทุนหลักทรัพย์จะต้องอยู่ในรูปของ"บริษัทมหาชน จำกัด" กฎหมายกำหนดให้ต้องมีบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งบริษัท โดยเข้าชื่อกันจัดทำหนังสือ"บริคณห์สนธิ" โดยมีผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (ถ้ามี) จำนวนตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป บุคคลหนึ่ง ๆ จะถือหุ้นได้ "ไม่เกินร้อยละ 0.6 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย" ได้แล้วทั้งหมด โดยถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า "ร้อยละ 50 ของจำนวนที่จำหน่าย" ได้ทั้งหมด ส่วนผู้ถือหุ้นที่เหลือ(ถ้ามี) รายหนึ่ง ๆ จะถือได้ไม่เกิน "ร้อยละ 10ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย" ได้ทั้งหมดของบริษัทนั้น การจัดตั้งบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับทางด้านเงินทุนนั้น บริษัทเงินทุนจะต้องมีทุนจดทะเบียนและทุนซึ่งชำระแล้วตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท และ การลดทุนหรือเพิ่มทุนของบริษัทเงินทุนต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ทางด้านการดำเนินงานของบริษัทเงินทุนจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อไขของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ดังนี้
1.การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง บริษัทเงินทุนต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นอัตราส่วนกับเงินที่ได้จากการกู้ยืม หรือ ได้รับจากประชาชนตามอัตราส่วนกับเงินที่ได้จากการกู้ยืม หรือ ได้รับจากประชาชนตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 แต่ทั้งนี้ต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ต่ำหว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินที่บริษัทเงินทุนมีหน้าที่ต้องชำระคืน และหลักทรัพย์รัฐบาลไทยซึ่งปราศจากภาระผูกพัน อันได้แก่ ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตร รวมกับหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ยที่ปราศจากภาระผูกพันรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของยอดเงินต้นที่บริษัทเงินทุนมีหน้าที่จะต้องชำระคืนดังกล่าว การกำหนดให้มีการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องก็เพื่อให้บริษัทเงินทุนมีความคล่องตัวในการประกอบกิจการ
2.การดำรงเงินกองทุน บริษัทเงินทุนต้องดำรงเงินกองทุน เมื่อสิ้นวันทำการหนึ่ง ๆ ดังนี้
1.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยง
2.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงินที่รับรองและ/หรือรับอาวัลตั๋วเงิน
3.เงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับยอดเงินกู้ยืมหรือรับจากประชาชนทั้งหมด หรือยอดเงินกู้ยืมแต่ละประเภท
ทั้งนี้อัตราส่วนดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งในพ.ศ.2534 ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้บริษัทดำรงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ไม่ต่ำกว่ารอ้ยละ 6 ของสินทรัพย์เสี่ยงและไม่ต่ำหว่าร้อยละ 25 ของจำนวนเงินที่รับรองและ/หรือาวัลตั๋วเงิน
3.การให้กู้ยืมและ/หรือการลงทุน ในพ.ศ.2534 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้บริษัทเงินทุนจะให้กู้ยืมและ/หรือลงทุนในกิจการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งรวมกันเกินกว่าร้อยละ 60 ของเงินกองทุนของบริษัทไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุมัติให้ขยายกิจการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 100 ของเงินกองทุน แต่ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาสิทธิในการขยายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ให้กับบริษัทเงินทุน หรือ บริษัทหลักทรัพย์เป็นราย ๆ ไป
อนึ่ง ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2526 ได้เพิ่มอำนาจการควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่บริษัทเงินทุนมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนไว้ในมาตรา 26 ทวิ
1)บริษัทเงินทุนที่ขาดทุนและทำให้เงินกองทุนลดลงเหลือ 3 ใน 4 ของทุนที่ชำระแล้ว ห้ามบริษัทเงินทุนนั้นให้กุ้ยืมเงินหรือรับเงินจากประชาชนต่อไป ในการให้ความเห็นชอบดังกล่าว จะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการกู้ยืม หรือ การลงทุน หรือ กำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้
2)บริษัทเงินทุนที่ขาดทุนและเงินกองทุนลดเหลือไม่เกินครึ่งหนึ่งของทุนที่ชำระแล้ว ต้องระงับดำเนินกิจการ และให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบภายใน 14 วัน หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เห็นชอบ บริษัทเงินทุนสามารถอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันรับแจ้งผลการวินิจฉัยโครงการ
นอกจากนี้บริษัทเงินทุนจะต้องดำเนินการในการให้สินเชื่อตามมาตรการควบคุมสินเชื่อเฉพาะอย่างของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะกำหนดอัตราการให้กู้ยืมแก่กิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือกำหนดวงเงินสูงสุดที่บริษัทเงินทุนจะให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์
บริษัทที่ประกอบธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.บริษัทเงินทุน หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนอันได้แก่ กิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ กิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนา กิจการเงินทุนเพื่อการจำหน่ายและบริโภค และ กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ
2.บริษัทหลักทรัพย์ หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประกอบกิจการด้านการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ทำการค้าหลักทรัพย์ ให้คำปรึกษาในการลงทุนกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และ กิจการจัดการลงทุน เป็นต้น
3.บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เงินทุน และ หลักทรัพย์ ควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่ม "ใหญ่ที่สุด" ของกลุ่มบริษัทเหล่านี้
บริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์กล่าวคือ ทำหน้าที่ระดมเงินจากประชาชนด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และ นำเงินนั้นไปหาผลประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด การดำเนินงานของบริษัทเงินทุนแบ่งออกเป็น
1.การให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจรายใหญ่..เป็นบริการคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์แต่ไม่สามารถให้บริการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ และ บัญชีกระแสรายวันที่ใช้เช็คสั่งจ่ายในการรับฝากเงิน บริษัทเงินทุนจะไม่ออกสมุดรับฝากเงินเพื่อเป็นหลักฐานการฝากเงิน แต่จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ให้กู้ยืม(ผู้ฝาก) โดยจะกำหนดเวลาชำระคืนเอาไว้ เช่น เมื่อทวงถาม 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ปี การระดมเงินออมของบริษัทเงินทุนจะเสียเปรียบธนาคารพาณิชย์เพราะมีการกำหนดวงเงินขึ้นต่ำที่จะกู้ยืมจำนวนสาขามีน้อยหรือไม่มีเลย แต่การให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์สามารถทดแทนความเสียเปรียบข้างต้นได้ สำหรับการใช้สินเชื่อแก่ธุรกิจรายใหญ่มีการให้กู้ทั้งประเภทระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี หรือ ระยะยาวเกิน 1 ปี
2.การให้กู้ยืมแก่ธุรกิจการค้าทั่วไป เป็นการให้บริการทางการเงินเหมือนธนาคารพาณิชย์ คือ เป็นการให้กู้ยืมแก่ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดเล็ก บริษัทการค้าธรรมดา ร้านค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น แพทย์ วิศวกร ซึ่งลักษณะการให้กู้จะเป็นการให้กู้ในวงเงินไม่สูงนัก และ เป็นการกู้ระยะสั้น
3.การให้กู้ยืมแก่ผู้บริโภค เป็นการให้บริการเงินกู้แก่บุคคลธรรมดา เพื่อการศึกษา เดินทาง หรือการซ่อมแซมบ้านเรือน การให้เงินกู้เพื่อผ่อนส่งสินค้าเมื่อตกลงจะให้เช่าซื้อ และการให้กู้ยืนแก่ผู้ดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายสินค้าโดยการให้เช่าซื้อเช่น รถยนต์ รถแทรกเตอร์ ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ระยะเวลาการกู้เงินเป็นระยะป่านกลางไม่เกิน 3 ทั้งนี้รวมถึงการให้กู้เพื่อซื้อบ้านและที่ดิน ซึ่งธนาคารพาณิชย์และเครดิตฟองซิเอร์เข้ามาบริการด้วย
บริษัทหลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์เป็นบริษัทรับอนุญาตที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับหลักทรัพย์รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กสต.) บริษัทหลักทรัพย์ให้บริการต่าง ๆ ดังนี้
1.การรับประกันการขายหุ้นหรือหุ้นกู้ออกใหม่(underwriting) โดยบริษัทหลักทรัพย์จะเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทที่ต้องการเงินเพิ่มทุนจำนวนมากและในเวลาจำกัด กับผู้ที่จะลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ บริษัทหลักทรัพย์จะทำหน้าที่วิเคราะห์ฐานะของบริษัท รวบรวมข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และเผยแพร่ให้ผุ้ลงทุนทราบ
บริษัทหลักทรัพย์จะประกันการขายหุ้น โดยอาจจะรับประกันการจำหน่าย ถ้าหากขายหุ้นได้ไม่หมดก็จะรับซื้อไว้เอง หรืออาจเป็นเพียงตัวกลางการขายหุ้นโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้นั้น ๆ เมื่อขายไม่หมด บริษัทหลักทรัพยืจะได้รับค่าธรรมเนียมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาหุ้น หรือ หุ้นกู้ที่นำออกขาย
2.การค้าหลักทรัพย์ คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์ซื้อและขายหุ้นเพื่อการลงทุนของบริษัทเอง ถือว่าเป็นการลงทุนโดยหวังผลประโยชน์จากเงินปันผลของหุ้นที่ได้ซื้อไว้
3.การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเป็นตัวแทนทำการแทนลูกค้าในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์(ไม่ได้ลงทุนเอง) บริษัทหลักทรัพย์จะคิดค่าบริการเท่ากับร้อยละ 0.5 ของราคาหุ้นที่ซื้อและขายแต่ละครั้ง พร้อมทั้งทำหน้าที่โอนหุ้นให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย
4.การจัดการลงทุน การประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม เดิมมีเพียงบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม ที่ได้รับอนุญาตทำธุรกิจประเภทนี้ ต่อมาทางการได้อนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) เพิ่มขึ้นในปี 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้ลงทุนประเภทสถาบันในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหลักทรัพย์
5.การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน คือ การให้คำแนะนำแก่ประชาชนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของธุรกิจและกิจการของธุรกิจโดยได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียม
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ตั้งขึ้นครั้งแรกในรูปของบริษัทค้าหลักทรัพย์ก่อนเมื่อ พ.ศ.2496 โดยใช้ชื่อว่าบริษัท เบิร์ด จำกัด ในระยะแรกบริษัทนี้ได้ประกอบกิจการการสั่งสินค้าเข้าและการส่งออกเป็นหลักจนกระทั่ง พ.ศ.2506 จึงได้ดำเนินการธุรกิจนายหน้าค้าหุ้นหรือหลักทรัพย์อย่างจริงจัง และ ในพ.ศ.2503 กลุ่มเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศได้จัดตั้งสถาบันการเงินประเภท บริษัทจัดการลงทุน(Investement Management Company) ซึ่งดำเนินกิจการลักษณะ กองทุนรวม(Mutual Fund) โดยใช้ชื่อว่า กองทุนรวมไทย และ ในพ.ศ.2505 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยเอกชนร่วมกันจัดตั้งกิจการดำเนินงานในลักษณะสถานปริวรรตหุ้น (Stock Exchange)หรือที่เรียกว่าตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange) ในปีต่อ ๆ มามีบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
1.บริษัทเงินทุน หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนอันได้แก่ กิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ กิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนา กิจการเงินทุนเพื่อการจำหน่ายและบริโภค และ กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ
2.บริษัทหลักทรัพย์ หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประกอบกิจการด้านการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ทำการค้าหลักทรัพย์ ให้คำปรึกษาในการลงทุนกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และ กิจการจัดการลงทุน เป็นต้น
3.บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) หมายถึง บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ เงินทุน และ หลักทรัพย์ ควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่ม "ใหญ่ที่สุด" ของกลุ่มบริษัทเหล่านี้
บริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์กล่าวคือ ทำหน้าที่ระดมเงินจากประชาชนด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และ นำเงินนั้นไปหาผลประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด การดำเนินงานของบริษัทเงินทุนแบ่งออกเป็น
1.การให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจรายใหญ่..เป็นบริการคล้ายคลึงกับธนาคารพาณิชย์แต่ไม่สามารถให้บริการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ และ บัญชีกระแสรายวันที่ใช้เช็คสั่งจ่ายในการรับฝากเงิน บริษัทเงินทุนจะไม่ออกสมุดรับฝากเงินเพื่อเป็นหลักฐานการฝากเงิน แต่จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ให้กู้ยืม(ผู้ฝาก) โดยจะกำหนดเวลาชำระคืนเอาไว้ เช่น เมื่อทวงถาม 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ปี การระดมเงินออมของบริษัทเงินทุนจะเสียเปรียบธนาคารพาณิชย์เพราะมีการกำหนดวงเงินขึ้นต่ำที่จะกู้ยืมจำนวนสาขามีน้อยหรือไม่มีเลย แต่การให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์สามารถทดแทนความเสียเปรียบข้างต้นได้ สำหรับการใช้สินเชื่อแก่ธุรกิจรายใหญ่มีการให้กู้ทั้งประเภทระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี หรือ ระยะยาวเกิน 1 ปี
2.การให้กู้ยืมแก่ธุรกิจการค้าทั่วไป เป็นการให้บริการทางการเงินเหมือนธนาคารพาณิชย์ คือ เป็นการให้กู้ยืมแก่ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดเล็ก บริษัทการค้าธรรมดา ร้านค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น แพทย์ วิศวกร ซึ่งลักษณะการให้กู้จะเป็นการให้กู้ในวงเงินไม่สูงนัก และ เป็นการกู้ระยะสั้น
3.การให้กู้ยืมแก่ผู้บริโภค เป็นการให้บริการเงินกู้แก่บุคคลธรรมดา เพื่อการศึกษา เดินทาง หรือการซ่อมแซมบ้านเรือน การให้เงินกู้เพื่อผ่อนส่งสินค้าเมื่อตกลงจะให้เช่าซื้อ และการให้กู้ยืนแก่ผู้ดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายสินค้าโดยการให้เช่าซื้อเช่น รถยนต์ รถแทรกเตอร์ ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ระยะเวลาการกู้เงินเป็นระยะป่านกลางไม่เกิน 3 ทั้งนี้รวมถึงการให้กู้เพื่อซื้อบ้านและที่ดิน ซึ่งธนาคารพาณิชย์และเครดิตฟองซิเอร์เข้ามาบริการด้วย
บริษัทหลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์เป็นบริษัทรับอนุญาตที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับหลักทรัพย์รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กสต.) บริษัทหลักทรัพย์ให้บริการต่าง ๆ ดังนี้
1.การรับประกันการขายหุ้นหรือหุ้นกู้ออกใหม่(underwriting) โดยบริษัทหลักทรัพย์จะเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทที่ต้องการเงินเพิ่มทุนจำนวนมากและในเวลาจำกัด กับผู้ที่จะลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ บริษัทหลักทรัพย์จะทำหน้าที่วิเคราะห์ฐานะของบริษัท รวบรวมข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และเผยแพร่ให้ผุ้ลงทุนทราบ
บริษัทหลักทรัพย์จะประกันการขายหุ้น โดยอาจจะรับประกันการจำหน่าย ถ้าหากขายหุ้นได้ไม่หมดก็จะรับซื้อไว้เอง หรืออาจเป็นเพียงตัวกลางการขายหุ้นโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อหุ้น หรือหุ้นกู้นั้น ๆ เมื่อขายไม่หมด บริษัทหลักทรัพยืจะได้รับค่าธรรมเนียมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาหุ้น หรือ หุ้นกู้ที่นำออกขาย
2.การค้าหลักทรัพย์ คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์ซื้อและขายหุ้นเพื่อการลงทุนของบริษัทเอง ถือว่าเป็นการลงทุนโดยหวังผลประโยชน์จากเงินปันผลของหุ้นที่ได้ซื้อไว้
3.การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเป็นตัวแทนทำการแทนลูกค้าในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์(ไม่ได้ลงทุนเอง) บริษัทหลักทรัพย์จะคิดค่าบริการเท่ากับร้อยละ 0.5 ของราคาหุ้นที่ซื้อและขายแต่ละครั้ง พร้อมทั้งทำหน้าที่โอนหุ้นให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย
4.การจัดการลงทุน การประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม เดิมมีเพียงบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม ที่ได้รับอนุญาตทำธุรกิจประเภทนี้ ต่อมาทางการได้อนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) เพิ่มขึ้นในปี 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผู้ลงทุนประเภทสถาบันในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหลักทรัพย์
5.การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน คือ การให้คำแนะนำแก่ประชาชนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของธุรกิจและกิจการของธุรกิจโดยได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียม
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ตั้งขึ้นครั้งแรกในรูปของบริษัทค้าหลักทรัพย์ก่อนเมื่อ พ.ศ.2496 โดยใช้ชื่อว่าบริษัท เบิร์ด จำกัด ในระยะแรกบริษัทนี้ได้ประกอบกิจการการสั่งสินค้าเข้าและการส่งออกเป็นหลักจนกระทั่ง พ.ศ.2506 จึงได้ดำเนินการธุรกิจนายหน้าค้าหุ้นหรือหลักทรัพย์อย่างจริงจัง และ ในพ.ศ.2503 กลุ่มเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศได้จัดตั้งสถาบันการเงินประเภท บริษัทจัดการลงทุน(Investement Management Company) ซึ่งดำเนินกิจการลักษณะ กองทุนรวม(Mutual Fund) โดยใช้ชื่อว่า กองทุนรวมไทย และ ในพ.ศ.2505 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยเอกชนร่วมกันจัดตั้งกิจการดำเนินงานในลักษณะสถานปริวรรตหุ้น (Stock Exchange)หรือที่เรียกว่าตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange) ในปีต่อ ๆ มามีบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ทำหน้าที่ในการระดมเงินออมจากประชาชนแล้วนำเงินออมไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้นก็ยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย อย่างไรก็ตามธุรกิจบางแห่งก็จัดตั้งเป็นบริษัทเงินทุนอย่างเดียวโดยทำหน้าที่ในการระดมเงินออมจากประชาชนและนำเงินไปลงทุน เพื่อการพัฒนากิจการ เพื่อการบริโภคและการเคหะ เป็นต้น และบางแห่งก็ตั้งเป็นบริษัทหลักทรัพย์อย่างเดียว เพื่อประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
ป้ายกำกับ:
บริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
